Alternative marketing core ideas: marketing products with their heart , and learn to put heart into their products.
Source: https://space.cbs.chula.ac.th/course/160/playlist/2538?is_coniclex=false
เป็น online course ที่เปิดตัวการเรียนได้น่าสนใจ และให้นักเรียนคิด เกี่ยวกับการตลาดที่เน้นในเรื่องการใส่ใจ ใส่คุณค่า value proposition ของผลิตภัณฑ์ที่ได้บทเรียนมาจากบริษัทในญี่ปุ่น
ในการเริ่มทำธรุกิจ คำถามที่ผิดในการเริ่มทำธรุกิจคือ
ขายอะไรที่ฮิต ถ้าเราทำตามก็จะทำผลิตภัณฑ์ที่เหมือน ๆ กับที่อื่นขาดความแตกต่าง และ ขายยาก
อะไรที่เราทำได้ก็ทำ ทำไป โดยไม่คิดถึงเรื่องอื่นๆ เช่น ข้าวไรซ์เบอรรี่น่าจะปลูกง่าย ปลูกแล้วน่าจะขายได้และง่ายด้วย ตนเองก็สามารถทำได้ ก็ทำตามไป
ขายอะไรที่รวย เช่นถ้าขายถั่วยังไงให้รวย มันยากมากต้องหาวิธีการอื่นๆผลิตภัณฑ์อื่นๆ มาก
ดังนั้นให้เราคิดว่า
การทำธุรกิจ คือ การสร้างคุณค่า การช่วยเหลือคนอื่น เช่น ถั่วญี่ปุ่น ที่เน้นการสร้างคุณค่าว่าทำยังไงไม่ให้วัฒนธรรมการกินถั่วหายไป จากคนรุ่นใหม่ เค้าเลยพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เป็นของฝาก และมีรูปแบบที่น่าสนใจ สร้างคุณค่าให้ต้วผลิตภัณฑ์เอง
และการตลาดคือ การนำเสนอคุณค่านั้น ๆ ออกไป
We need to consider how we can help others improve or resolve the problem.
แนวการทำตลาดกับถั่วต่าง ๆ ให้กับคนรุ่นใหม่อย่างไร หากเป็นการตลาดทั่วไปก็ใช้กฏหรือบทเรียนตามมาตรฐานทั่วไป 4P (product, price, place and promotion) เช่น ลดราคา จัด promotion, เปลี่ยน packaging.


การตลาดที่มีหัวใจ เป็นแนวคิดทางการตลาดที่มีความแตกต่างจากการตลาดทั่วไป โดยจะมีการสร้างความสุขทั้งผู้ขายสินค้า และผู้ซื้อสินค้า โดยเป็นแนวคิดพื้นฐานทางการตลาดที่ไม่ได้เน้นเรื่อง การตลาดทั่วไป ทั้งการออกแบบผลิตภัณฑ์หรือการโฆษณา
การทำธุรกิจกิจ คือ การสร้างคุณค่า ดังนั้นการตลาด คือ การนำเสนอคุณค่านั้น เพื่อมอบให้สังคมดีขึ้น ผ่านสินค้า บริการที่ดี หรือการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ
ตัวอย่างแบรด์นสินค้าญี่ปุ่น ที่ขายถั่วชื่อ Mame-Gui ที่ได้นำเอาอัตลักษณ์การพับผ้าแบบ furoshiki wrapping มา โดยมีเป้าหมายในการอนุรักษ์การกินถั่ว และการพับผ้าห่อของขวัญ แบบฟุโรชิกิ


โดยทำการปรับเปลี่ยนแนวคิด และรูปแบบการขายที่สร้างประสบการณ์ให้กับลูกค้า ตั่งแต่การลือก packaging ที่ห่อถั่ว, ออกแบบการห่อที่มีความหลากหลาย มีการไปทำงานร่วมกับหลาย ๆ ที่เพื่อสร้างคุณค่าและความน่าสนใจ ทำให้ขายได้ดี
แนวทางการทำการตลาดที่มีหัวใจ
มีหลักการเบื้องต้นที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ และเริ่มทำการตลาดแบบใหม่ โดยอาศัยหลักการดังนี้
- Start from what you believe เป็นความเชื่อ หรือสิ่งที่ต้องการแก้ปัญหา และเริ่มจากส่ิงที่จะช่วยเหลือ หรือ การแก้ปัญหา และการช่วยเหลือให้สังคมดีขึ้น มีแนวคิดที่เป็นเชิงบวก ซึ่งจะถามคำถาม เช่น
- How do you want to help customers?
- What is your passion?
- เราทำอย่างไรที่อยากให้ .ใคร มีความสุข และช่วยเหลืออย่างไร ช่วยใคร อย่างไร
- Do it better โดยสามารถตอบคำถามเหล่านี้ได้ ทำอย่างไรถึงจะทำให้ผลิตภัณฑ์ที่ดีกว่ามาก ๆ
- Is your product better than other brands?
- How many %, เราต้องดีกว่าคู่แข่ง มาก ๆ เช่น 100% หรือ 200% แต่อย่าพยายามหลงแบรนด์มากเกินไป แต่ต้องมองในมุมของลูกค้าเสมอ
- Are you proud of your product?
- Can other copy immediately?
- Let your product tell the story. ทำผลิตภัณฑ์ให้ดีมีคุณภาพ แล้วส่ิงนี้จะเป็นตัวเล่าเรื่อง ให้ได้การขายที่มากขึ้น โดยไม่ต้องทุ่มงบในการตลาดมากเกินไป
ตัวอย่าง ข้าวอิจิโก๊ะ ฟาร์ม ข้าวออแกนิก โดยปลูกแบบธรรมชาติ ไม่ใส่ปุ๋ย ไม่ใส่ยาฆ่าแมลง และน้ำจากการละลายน้ำแข็ง ที่นาสามารถเก็บเกี่ยวได้เพียง 120 kg ใช้การเก็บเกี่ยวโดยใช้เคียวเกี่ยวข้าว และใช้คนสีข้าว และมีการเก็บรักษาข้าวโดยใช้หิมะ เก็บรักษา โดยจะสีข้าวสดใหม่ และจะสีข้ามตามสั่งเท่านั้น ส่งผลให้ข้าวมีความสดใหม่ ทำให้คู่แข่งเลียนแบบได้ยากมาก เนื่องจากมีความแตกต่างมาก และขายได้ราคาสูงมาก

อีกหนึ่งตัวอย่าง เคเซนนุมา นิทติง sweather ช่วยเหลือภรรยาของชาวประมง ที่พัฒนาลายเสื้อ และเส้นใยพิเศษที่มีน้ำหนักเบาและใส่แล้วอุ่น และมีแนวทางการให้คนซื้อและคนทำต้องมีการอบรม และมีการ custom ขนาดสินค้า โดยมีการสร้างคุณค่าของผลิตภัณฑ์ โดยการใส่ใจในการโดยมีการส่ง postcard จากคนถักเสื้อ และมีการใส่หน้าคนถัก และจดหมายมาจากคนถักด้วย และเป็นสื่อต่อคนทำ และคนรับ แสดงให้เห็นถึงความแตกต่างได้ (https://readthecloud.co/iine-1/)

เหตุผลที่ลูกค้าหรือคนซื้อสินค้า คือ การหา value proposition
- วิธีเลือก เป็นการเลือกวิธีการในการผลิต หรือบริการที่มีความโดดเด่น และไม่ซ้ำใคร
- โอกาส คือ หาโอกาส โดยหาสิ่งที่ยังไม่มีใครทำ หรือเราทำได้ดี
- จุดแข็ง พิจารณาจุดแข็งและความได้เปรียบของเราทำได้ดีกว่าคู่แข่ง แล้วมาพัฒนาให้ดีกว่าสินค้าอื่นๆ ยึ่งทำมาก ก็จะทำให้ value proposition กลายเป็น Unique Selling point หรือจุดแข็งที่เป็นเอกลักษณ์ ทั้งนี้อาจจะพิจารณารายละเอียดดังนี้
- เทคโนโลยี/กรรมวิธีที่แตกต่าง และดีกว่า
- ประวัติศาสตร์บริษัทที่ยาวนาน กว่า
- ประวัติเมือง หรือท้องถิ่น ที่มีความเกี่ยวข้องและเป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร
- ความตั้งใจ และความมุ่งมั่นในสินค้า และบริการที่เหนือกว่าคู่แข่ง
ตัวอย่าง การเพิ่มจุดแข็ง โดยบริษัท Bagworks ที่เป็นบริษัทรับจ้างผลิตภัณฑ์กับหลาย ๆ อาชีพ จึงมีการเพิ่มจุดแข็ง โดยการออบแบบกระเป๋าที่ได้แรงบันดาลใจมาอาชีพต่าง แล้วออกแบบจุดเด่นให้เข้ากับอาชีพนั้น ๆ โดยมีการทำให้ดีกว่า จนไม่มีคู่แข็งไม่สามารถเลียนแบบได้




องค์ประกอบที่สำคัญของการตลาด ซึ่งมาจาก 4P โดยปัจจุบันจะเน้น promotion ให้ฮิตติดตลาด เน้น storytelling ที่เป็น viral ในโซเขี่ยวมีเดีย แต่ไม่ใช่การตลาดในยุคปัจจุบัน ก่อนการเล่าเรื่องที่ดี สินค้าหรือบริการที่ดีต่อลูกค้าจริง ๆ จึงจะเน้น storytelling ทีหลัง เช่น
ตัวอย่าง ข้าวยี่ห้อ original blend rice for side disk แต่เป็นข้าวสารที่ทำการผสม ให้เหมาะกับรสชาติอาหารนั้น ๆ เป็นการสร้าง value proposition ให้มีเรื่องราวที่สร้างความแตกต่าง และเป็นผลิตภัณฑ์ที่ดี storytelling จะมีน้ำหนักดีขึ้นมา และเสริมการตลาดผลิตภัณฑ์ที่ดีตามไปด้วย


อีกหนึ่งตัวอย่าง คือ อยากจะช่วยผู้สูงอายุ โดยทำการสำรวจเป็นเวลาสองปี โดยพยายามหาจุดอ่อน และความต้องการที่ตอบสนองลูกค้า และมีการเพิ่มความสามารถขายสินค้าโดยขายรองเท้าทีละข้าง เนื่องจากเท้าคนแก่บวมและต้องใส่รองเท้าที่ใม่เหมือนกัน



นอกจากนี้ ต้องเปิดแบบสอบถาม และพัฒนาสินค้า และไม่เสียงบการตลาดเลย แต่สามารถเป็นบริษัทที่มียอดขายอันดับหนึ่งและใช้การตลาดแบบปากต่อปาก และบริษัทที่มีหัวใจและออกแบบ ให้ตอบสนองปัญหาของลูกค้า และได้รับจดหมายขอบคุณมากกว่า 1000 ฉบับต่อปี


ด้วยตัวอย่างที่ว่ามา จะเห็นว่า การทำการตลาดด้วยหัวใจ คือการใส่ใจในลูกค้า พิจารณาที่จะแก้ใขปัญหา และทำในส่ิงที่ดี พัฒนาต่อยอกสินค้า จุดแข็ง ทำให้เหนือคู่แข่ง และเป็นสินค้าที่ดี ไม่จำเป็นต้องอาศัยงบการตลาดมาก สินค้าที่ดีจะมีการพูดปากต่อปาก และประสบความสำเร็จในที่สุด


Leave a comment